อย่างที่ทุกคนตามอ่าน article ก่อนหน้ามาแล้ว โลกเราเป็นเศรษฐกิจแบบ capitalism หรือทุนนิยมเป็นส่วนใหญ่ · คนบนโลกส่วนใหญ่ไม่ได้รู้เรื่อง Human Design หรือ aligned ตัวเองกับ body หรือ energy · ดังนั้น Human Design เลยไม่ได้เกิดมาเพื่อบอกว่าอะไร "ถูก" หรือ "ผิด" แต่เกิดมาเพื่อพาเรากลับมาเป็นตัวเอง
ไข่เลยไม่ค่อยบอกว่า Human Design มีเพื่อให้ชีวิตถูกต้อง · เพราะสุดท้ายมันมีแค่ "ใช่กับเรา" หรือ "ไม่ใช่กับเรา" just like this
ถ้าเราไม่เป็นตัวเอง จะเกิดอะไรขึ้น
คำตอบมันแบบง่ายมาก · อึดอัด · หงุดหงิด · โกรธ · หรือบางคนไปไกลถึงระดับสุขภาพจิต แบบที่ไข่เป็น
ไข่พูดแบบเปิดอกกับชาว Unpopster เลยว่า ไข่รักษาเรื่อง mental health มา 7 ปี · เริ่มจากเป็น major depression อยู่ประมาณ 5 ปี แล้วสุดท้ายถูก re-diagnose เป็น bipolar · สิ่งที่ได้เรียนรู้ไม่ใช่แค่เรื่องการรักษา แต่คือการเข้าใจตัวเองจริงๆ · Human Design เป็นหนึ่งใน tools ที่ทำให้ไข่กลับมารู้สึกรักตัวเองได้จริงๆ
ไข่มี Incarnation Cross คือ Right Angle Vessel of Love 1 ซึ่งพูดง่ายๆ คือเกิดมาเพื่อเติมความรักให้คนอื่น · Cross นี้มันคือ universal love ด้วยซ้ำ รักแมวจรพอๆ กับรักแม่ รักกีตาร์ที่เคยโดนทิ้งพอๆ กับรักศิลปินที่ชอบ · แต่ความจริงคือ ก่อนหน้านั้นไข่รักตัวเองไม่ได้เลย · แล้วคำถามคือ ถ้าเรายังรักตัวเองไม่ได้ เราจะเติมความรักให้คนอื่นได้ยังไง · การได้ tools อย่าง Strategy และ Authority เลยโคตรจะ save my life
Ra เคยพูดไว้ประมาณว่า คนที่มี 2/4 Right Angle Vessel of Love 1 · รักแม่ = รัก · รักกีตาร์ = รัก · รัก คือ รัก ไม่มีมากกว่านั้น · แต่ถ้าวันไหนไข่ไม่รักกีตาร์เท่าตัวเอง แปลว่าเรายังไม่รักตัวเอง เพราะสมองไข่ทำงานแบบ binary คือ "รัก" หรือ "ไม่รัก" ไปเลย · ฟังดูตลก แต่สำหรับไข่มันจริง
แล้ว Human Design เอามาใช้ใน Business ได้ยังไง
Human Design ให้ "เครื่องมือ" เรามาอย่างหนึ่งที่สำคัญมาก คือการตัดสินใจ · Type + Strategy + Authority = 1st step for Decondition
Decondition คืออะไร — มันคือการที่เรากลับมาอยู่กับร่างกายตัวเอง โดยใช้ชีวิตตาม Type + Strategy + Authority ต่อเนื่อง 7 ปี · บทความนี้เลยอยากพาไปดูว่าแต่ละ Type ใช้พลังงานยังไงในโลกของการทำงานและธุรกิจ · ในระบบ BG5 (Business Application ของ Human Design) จะแบ่งออกเป็น 5 Types
1
Initiator (Manifestor)
Type นี้ใช้ชีวิตง่ายนะ แค่บอกคนรอบข้างว่าจะทำอะไร · แต่ประเด็นที่เห็นคือ คน Type นี้รู้สึกโกรธ anger ตลอด เพราะเลือกบอกทุกอย่างที่ตัวเองอยากทำ · ทั้งๆ ที่แค่ตัดสินใจแล้วเลือก inform เมื่อทำตาม Authority ก็จะลด anger ลงแล้ว
Strategy — Inform before acting บอกก่อนทำ เพื่อลด resistance · ก่อนบอก ให้ตัดสินใจตาม Authority ไม่ใช่บอกทุกอย่าง
Not-Self theme — Anger
True-Self theme — Peace
2
Classic Builder (Generator)
Type นี้แรงเยอะ มีแรงทำ แต่ทำทุกอย่างเพราะคิดว่าไหว แต่จริงๆ อาจจะยังน้า · มีแรงใช่ แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง เน้นทีละ step ไม่ใช่ทำพร้อมกัน · เลือกตัดสินใจทำทีละอย่างตาม Authority ตัวเอง ใช้ Mind หรือเหตุผลเป็นแค่ filter
Strategy — Wait to Respond
Not-Self theme — Frustration
True-Self theme — Satisfaction of your life
3
Express Builder (Manifesting Generator)
เอาจริง Type นี้ตอบโจทย์โลก capitalism ที่สุดแล้ว เพราะมีแรงทำหลายอย่างพร้อมกัน · แต่ pain point คือทำไม่จบสักโปรเจกต์ เพราะเลือกทำทุกอย่าง แล้วก็ล่มหมด แล้วก็มานั่งเฟล
Strategy — Wait to Respond แล้วก็ Inform
Not-Self theme — Frustration + Anger
True-Self theme — Satisfaction
4
Advisor (Projector)
ไม่ได้มีพลังงานทำงานตลอดเวลา non-energy type · แต่เก่งเรื่องมอง big picture และให้คำแนะนำคน เมื่อได้รับการ recognition · พูดง่ายๆ คือถ้าคนเห็นค่าเราเองว่าเราเก่งจริง โดยที่เราไม่สะเหล่อออกตัว เราจะเป็นคนที่แนะนำได้ดีเยี่ยม · แต่ Projector ส่วนใหญ่ไม่ใช้ชีวิตอย่างนั้นหรอก รวมถึงไข่ก่อนหน้านั้น 55555 · ไข่เลยเวลาจะทำ content/article อะไร ก็อยากให้คนกดสัก 1 ใจ 1 รี หรือ 1 bookmark ว่าอยากรู้ต่อมั้ย เพราะไข่ตั้งไว้แค่ว่าถ้ามีคนกด 1 ใจ แสดงว่าคนคนนั้นอาจจะเห็นค่าในสิ่งที่เราทำ แค่นี้แหละ · เพราะความสำเร็จของไข่ไม่ได้อยู่ที่เงิน แต่อยู่ที่ได้ช่วยคนอื่นแล้วเขาพูดกับไข่ว่าขอบคุณมากๆ เลยนะ ชีวิตเขาดีขึ้นยังไง แค่นี้จริงๆ I feel success · ถ้าไม่ได้ถูกเชิญ พูดง่ายๆ คือถูกเห็นค่า คำแนะนำที่เราให้ไปจะดูสะเหล่อทันที แม้มันจะดี จะถูก จะเริ่ดแค่ไหนก็ตาม
Strategy — Wait for Recognition and Invitation
Not-Self theme — Bitterness พูดง่ายๆ คือไม่เป็นตัวเอง
True-Self theme — Success
5
Evaluator (Reflector)
เป็น type ที่หายากมาก · ทำหน้าที่ mirror สภาพแวดล้อม และประเมินว่า "ระบบนี้ healthy ไหม"
Strategy — Wait a Lunar Cycle (ประมาณ 28.5–29 วัน)
Not-Self theme — Disappointment
True-Self theme — Surprised
Pain point ของโลกธุรกิจคืออะไร
คนส่วนใหญ่ "ไม่ได้ใช้ชีวิตตาม design ตัวเอง" · ทำงานผิดจังหวะ · ตัดสินใจจากหัว Mind · ไม่ได้ฟังร่างกาย · เลยรู้สึกว่าชีวิตมันฝืน งานมันหนัก แต่ไม่รู้ว่าทำไม · BG5 เลยเข้ามาแก้ตรงนี้ ไม่ใช่ด้วยการพูดเรื่อง spiritual อย่างเดียว แต่เอาไปใช้ใน business ได้จริง
Example: Elon Musk
Elon เป็น Manifesting Generator (MG) · Defined Sacral = มีพลังทำงานต่อเนื่อง · Defined Throat (Channel 20-34) = ลงมือทำและ take action ได้ทันที
สิ่งที่ Elon Musk ทำไม่ใช่แค่ "ขายสินค้า" · Tesla ไม่ได้ขายรถ แต่ขาย "อนาคตของพลังงานสะอาด" · SpaceX ไม่ได้ขายจรวด แต่ขาย "ความอยู่รอดของมนุษยชาติ" · นี่คือการขายผ่าน vision ผ่าน Open Head + Open Ajna as receptor · และความรู้สึกว่า "ชั้นอยากเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่" ผ่าน Open Solar Plexus
Open Center = Profit Center
Ra บอกว่า Open Centers คือ "Receptors" ในภาษา BG5 จะเรียกว่า "Profit Center" · มันไม่ใช่สิ่งที่เรามีไว้ "เป็น" แต่มันคือสิ่งที่เรามีไว้ "รับสัญญาณ แล้วเรียนรู้" · Open Center = พื้นที่ที่เรา sensitive รับพลังคนอื่นเข้ามา ขยายมัน แล้วเรียนรู้จากมัน ไม่ใช่การพยายาม become หรือเป็นมัน
Example ที่ชัดมากคือ Open Will / Ego · คนที่มี Open Will มักจะโตมากับความรู้สึกว่า "ต้องพิสูจน์ตัวเอง" "ต้องมีคุณค่า" "ต้องทำให้ได้" แล้วสุดท้ายเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกกับ "การทำงาน" หรือ "achievement" นี่คือ Not-Self แบบคลาสสิก · แต่พอเราเริ่มมี awareness เราจะเริ่มเห็นว่า อ๋อ สิ่งนี้ไม่ใช่ตัวเรา แต่มันคือ pattern ที่เรารับมา ตรงนี้แหละคือจุดเริ่มของ decondition
หลังจากนั้นมันไม่ใช่แค่ "รู้" แต่มันคือ trial and error ลองผิด ลองถูก สังเกตตัวเองซ้ำๆ จนวันนึงเรา "รู้จริง" ว่าคุณค่าของเราไม่ได้มาจากการ prove อะไรเลย · แล้ว magic มันเกิดตรงนี้ สิ่งที่เราเคย suffer มาทั้งชีวิต มันจะกลายเป็น "ความเข้าใจ" และความเข้าใจนั้นสามารถแปลงเป็น business ได้
เพราะสิ่งที่เรา "เคย struggle มากที่สุด" มันจะกลายเป็นสิ่งที่เรา "สร้างมูลค่าได้มากที่สุด"
Elon มี Open 5 Centers · Open Head = ขายไอเดีย / inspiration · Open Ajna = ขาย concept · Open Solar Plexus = selling experiences through emotion · Open G = selling direction · Open Ego = selling proof and improvement
Not-Self ของ MG คือ Frustration + Anger · แต่ในอีกมุมหนึ่ง ฮีใช้สิ่งนี้เป็น "เชื้อเพลิง" · เขาขาย "การต่อสู้" ขาย story ของการเกือบล้มเหลว แล้วดึงดูดคนที่อยากเป็นส่วนหนึ่งของมัน · Elon ไม่ได้แค่ขายสินค้า เขาขาย "ความเป็นไปได้ของอนาคต" ตาม Open G · และใช้พลัง MG responded ต่อปัญหาใหญ่ของโลก แล้วแปลงมันเป็นธุรกิจ · เมื่อเขาอยู่ใน Signature (Satisfaction) ทุกอย่างจะ flow แต่เมื่ออยู่ใน Not-Self จะดูหุนหันและเต็มไปด้วย drama anger แบบที่เห็นอยู่ทุกวัน
9 Profit Centers ที่ Open Center "ขาย" ได้
Open Head Center
ขาย Inspiration (แรงบันดาลใจ)
ขายไอเดียใหม่ วิสัยทัศน์ คำถามที่กระตุ้น และสิ่งที่ทำให้คนตื่นเต้น
Open Ajna Center
ขาย Concepts (แนวคิด / ระบบความคิด)
ขาย framework, philosophy, ความแน่นอน และการอธิบายสิ่งซับซ้อนให้เข้าใจง่าย
Open Solar Plexus Center
ขาย Experiences through Emotion (ประสบการณ์ทางอารมณ์)
ขายความรู้สึก healing ทางอารมณ์ empathy และเรื่องราวที่ touch หัวใจ
Open Throat Center
ขาย How to Attract Attention (วิธีดึงดูดความสนใจ)
ขาย personal branding การสื่อสารที่ impactful และวิธีทำให้คนมองเห็น
Open G Center
ขาย Direction and Love (ทิศทางและความรัก)
ขายทิศทางชีวิต identity และความรักแบบ universal
Open Ego / Heart Center
ขาย Proof and Improvement (การพิสูจน์ตัวเอง + การพัฒนา)
ขาย self-worth, confidence, การพัฒนาตนเอง และ before-after
Open Sacral Center
ขาย When and How to Quit (เมื่อไหร่และอย่างไรถึงควรเลิก)
ขาย wisdom เรื่องการปล่อยวาง การรู้จักหยุด และการเปลี่ยนทางอย่างถูกต้อง · Projector ทุกคนคืออันนี้
Open Spleen Center
ขาย Health and Healing (สุขภาพและการเยียวยา)
ขายการเยียวยา สุขภาพกายใจ และวิธีจัดการความกลัวด้านสุขภาพ
Open Root Center
ขาย Freedom from Pressure (ความเป็นอิสระจากแรงกดดัน)
ขายวิธีปลดปล่อย stress การไม่รีบร้อน และชีวิตที่เบาใจ
Open Center ไม่มีสี = Receptor (ตัวรับ) → เรารับสิ่งนั้นจากโลกภายนอกได้มาก และนำมาขยายเป็น "wisdom" ที่ขายได้ · Defined Center มีสี = เราสร้างและส่งออกพลังงานนั้นเอง ไม่ใช่ receptor
Summary
- Open Center = ตัวรับ (Receptive) เราไม่ได้มีไว้ "เป็น" สิ่งนั้นตลอดเวลา แต่มีไว้ "รับ-ขยาย-เรียนรู้" จากสิ่งนั้น trial and error then make it better
- Not-Self = สัญญาณเตือน ไม่ใช่เรื่องแย่ ถ้าเรามี self awareness รู้ทันตัวเอง แต่มันกำลังบอกว่า "ตอนนี้คุณไม่ได้ใช้ชีวิตตาม design ตัวเอง"
- True Self = สัญญาณยืนยัน เมื่อเราไปถูกทาง ชีวิตจะเริ่มรู้สึก "flow" มากขึ้น แม้จะไม่ได้ง่าย แต่มันใช่สำหรับเรา
การ selling ที่ authentic เกิดขึ้นเมื่อเราใช้ Strategy + Authority สำคัญมากๆๆๆๆๆ